เกี่ยวกับสถาบัน

สถาบันนิติเวชวิทยา

ถูกต้อง โปร่งใส รับใช้ประชาชน

อาคารสถาบันนิติเวชวิทยา
พล.ต.ต. วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

พล.ต.ต. วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา

ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

วิสัยทัศน์

เป็นสถาบันที่มีมาตรฐานระดับสากล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม โปร่งใส พร้อมรับใช้ประชาชน

ค่านิยมองค์กร

ถูกต้อง โปร่งใส รับใช้ประชาชน

พันธกิจ

1
ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติเวช การชันสูตรพลิกศพ การตรวจพิสูจน์และค้นคว้าหาหลักฐานซึ่งเกี่ยวกับหลักวิชาแพทย์ และนิติเวชศาสตร์ในบุคคลที่มีชีวิต ศพ เศษหรือส่วนของศพ
2
ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมด้านนิติเวชศาสตร์ ให้แก่ข้าราชการตำรวจและบุคคลภายนอก
3
ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางนิติเวชศาสตร์ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4
ดำเนินการเกี่ยวกับงานรักษาสภาพศพ และพยานวัตถุในที่เกิดเหตุ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
5
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

สถาบันนิติเวชวิทยา

กิจการแพทย์ตำรวจ ได้เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2441 รัฐบาลได้เปลี่ยนโรงพยาบาลสำหรับรักษาหญิงโสเภณีที่หลังวัดพลับพลาไชย ซึ่งสร้างปี พ.ศ. 2440 มาเป็นโรงพยาบาลตำรวจสำหรับพลตระเวน เพื่อรักษาตำรวจที่เจ็บป่วย พิสูจน์บาดแผลและชันสูตรพลิกศพ เพื่อประกอบการพิจารณาคดีต่าง ๆ โดยมี ม.อีริก เชนต์เจ สองสัน (ชาวอังกฤษ) มาเป็นเจ้ากรมกองตระเวน และได้ชวนแพทย์ชาวต่างชาติมาช่วยทำการรักษา ประชาชนทั่วไปจึงนิยมมากและเรียกกันว่า “โรงพยาบาลวัดโคก”

ต่อมาจึงได้มีแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชมาร่วมคือ ร.ต.อ. ชุนแพทย์ พลตระเวน (ต่อมาเลื่อนเป็นหลวงบริบาลเวชกิจ) ร.ต.ท. ขุนเจน พยาบาล (เจน บุษปวณิช) ต่อมาได้เป็นหัวหน้าแผนกแพทย์และเลื่อนยศเป็น พ.ต.ท. หลวงเจน พยาบาล พ.ศ. 2458 กรมกรองตระเวนและกรมตำรวจภูธรรวมกันเป็น “กรมตำรวจ” โรงพยาบาลวัดโคก ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลกลาง” และถูกโอนไปสังกัดกองสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรมตำรวจได้จัดตั้งสถานพยาบาลใหม่เรียกว่า “กองแพทย์กลางกรมตำรวจ” ตั้งอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง โดยมี พ.ต.ท. หลวงเจน พยาบาล เป็นหัวหน้ากองทำหน้าที่เช่นเดิม เมื่อต้องการรับรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล ก็ส่งต่อผู้ป่วยไปที่โรงพยาบาลกลาง พ.ศ. 2477 กองแพทย์กลาง กรมตำรวจ ถูกลดฐานะเป็น “แผนกแพทย์กองกลาง กรมตำรวจ” เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและงบประมาณขณะนั้น

พ.ศ. 2482 แผนกแพทย์กลาง ย้ายไปทำการอยู่ที่ตึกหลังใหม่ ภายในกรมตำรวจ ปัจจุบันนับเป็นที่ทำการของกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล พ.ศ. 2483 แผนกแพทย์กลางได้ถูกเปลี่ยนชื่อ แผนก 6 (แพทย์) กองปกครอง พ.ศ.2490 แผนก 6 (แพทย์) ได้ถูกเปลี่ยนชื่อ แผนก 5 (แพทย์) กองปกครอง พ.ศ. 2491 แผนก 5 (แพทย์) ถูกยกฐานะเป็น “กองแพทย์กรมตำรวจ” ขึ้นตรงต่อกองบัญชาการจเรตำรวจ มี พ.ต.ท.ขุนทวี เวชกิจ (แม้น ทวีเวชกิจ) เป็นหัวหน้า ในระยะนี้เริ่มเป็นปึกแผ่นมากขึ้น แบ่งแผนกเป็นแผนกพยาบาล แผนกเวชภัณฑ์ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2495 แผนกพยาบาล ได้รับการยกฐานะเป็น โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.พต.) ขึ้นต่อ “กองแพทย์” เปิดอย่างเป็นทางโดย พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจสมัยนั้น โดยมี พ.ต.อ.ก้าว ณ ระนอง เป็นนายแพทย์ผู้อำนายการ และ พ.ต.ท.แสวง วัจนสวัสดิ์ เป็นหัวหน้ากองแพทย์ ได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมาก ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 กรมตำรวจได้มีคำสั่งให้กองแพทย์ตำรวจ ไปขึ้นตรงต่อกรมตำรวจ 26 เมษายน พ.ศ. 2522 กองแพทย์ได้รับการยกฐานะเป็น “สำนักงานแพทย์ใหญ่ (พต.)” มีการแบ่งส่วนราชการภายในเป็น 4 กองบังคับการ และ 1 งาน คือ กองบังคับการอำนวยการ (บก.อก.) โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.) วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ (วพ.) สถาบันนิติเวชวิทยา (นต.) และ งานโรงพยาบาลดารารัศมี (ดร.)

สำหรับงานด้านนิติเวชวิทยานั้น เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2496 โดยกรมตำรวจได้รับโอน นายแพทย์ถวัลย์ อาศนะเสน จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อทำหน้าที่ทางนิติเวชศาสตร์ และวางโครงการจัดตั้งแผนกนิติเวชวิทยาขึ้นในโรงพยาบาลตำรวจ โดยแผนกนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ ได้เริ่มทำการผ่าศพ เพื่อชันสูตรพลิกศพครั้งแรกในวันที่ 13 ตุลาคม 2496

ในปี พ.ศ. 2515 มีการกำหนดหน้าที่ของแผนกนิติเวชของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งขึ้นกับกองการแพทย์ใหญ่ กรมตำรวจ (ในขณะนั้น) มีหน้าที่ผ่าศพที่ตายในโรงพยาบาลตำรวจและออกชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายภายในเขต กรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่อมีการยกฐานะกองการแพทย์ใหญ่ กรมตำรวจ ขึ้นเป็นสำนักงานแพทย์ใหญ่ กรมตำรวจ ในปี พ.ศ. 2522 แผนกนิติเวชจึงยกระดับขึ้นมาเป็น สถาบันนิติเวชวิทยา จนปัจจุบัน

ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

พล.ต.ต. วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา

ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

พล.ต.ต. วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา

ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

รองผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ. ปกรณ์ วะศินรัตน์

รองผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ. ธิติพัทธ์ จิตตาศิรินุวัตร

รองผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ. สมชาย อนันต์ศุภมงคล

รองผู้บังคับการประจำ สถาบันนิติเวชวิทยา

หัวหน้ากลุ่มงานในสังกัดสถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ. พงศกร ฐิตโชติ

นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานนิติพยาธิ สถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ.หญิง หทัยชนก บุญญฤทธิ์

นักวิทยาศาสตร์ (สบ 5) กลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมี และเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ. ปิยะพงษ์ สาครเย็น

นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล สถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ. วชิรวิชญ์ ตั้งธนานุวัฒน์

เภสัชกร (สบ 4) กลุ่มงานพิษวิทยา สถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ.หญิง สุนทรี วัชระเกียรติศักดิ์

ผู้กำกับการกลุ่มงานพิเศษ สถาบันนิติเวชวิทยา

พ.ต.อ. ไพจิตร สิงห์แก้ว

ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ สถาบันนิติเวชวิทยา

หน้าที่และอำนาจ

1

ดำเนินการเกี่ยวกับงานธุรการ งานสารบรรณ งานเลขานุการ งานบริหาร งานบุคคล งานคดีและวินัย งานพัฒนาทรัพยากรบุคคล งานยุทธศาสตร์ งานนโยบายและแผน งานส่งกำลังบำรุง งานงบประมาณและการเงิน งานประชาสัมพันธ์ งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของสถาบันนิติเวชวิทยา

2

งานอื่นที่มิได้อยู่ในหน้าที่ของฝ่ายใดโดยเฉพาะ

3

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

หน้าที่และอำนาจ

1

ตรวจพิสูจน์บุคคลจากศพ ชิ้นส่วนของศพ

2

ตรวจอายุในคนมีชีวิต

3

ตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อ แม่ ลูก

4

ตรวจหาความพิการของร่างกาย ตรวจรอยแผลเป็น ตำหนิ ไฝ ปาน รอยสัก ฯลฯ

5

เก็บรักษาของกลางที่ติดมากับศพ หรือชิ้นส่วนของศพ

6

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

หน้าที่และอำนาจ

1

ตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมในชีววัตถุ จากศพ ชิ้นส่วนศพ เพื่อประกอบการพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล

2

ตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมจากพยานหลักฐานในคดี และตรวจเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย

3

ตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิต

4

ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานในคดีความผิดทางเพศ

5

ตรวจพิสูจน์คราบเลือดและตรวจหาหมู่เลือดจากศพ

6

ปฏิบัติงานด้านมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์

7

ปฏิบัติงานวิจัย

8

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

หน้าที่และอำนาจ

1

ตรวจชันสูตรพลิกศพที่ตายโดยผิดธรรมชาติ

2

ผ่าศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

3

ตรวจพิสูจน์ชิ้นเนื้อของอวัยวะต่าง ๆ โดยวิธีจุลพยาธิวิทยา

4

ให้บริการฉีดยาศพป้องกันการเน่า

5

ดำเนินการส่งศพไม่มีญาติไปฝากไว้กับมูลนิธิ/ส่งมอบศพให้ญาติหรือฝากฝังยังสุสาน

6

ปฏิบัติงานเกี่ยวกับศพตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา

7

ถ่ายภาพที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ ล้างฟิล์ม และอัดขยายภาพ

8

จัดบริการประกอบการตรวจพิเศษต่าง ๆ

9

จัดนิทรรศการและบริการด้านเทคโนโลยีทางแพทยศาสตร์ศึกษา

10

เก็บรักษาเอกสารภาพถ่ายทางการแพทย์ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล

11

เก็บของกลาง ประเภท ส่วนของหัวกระสุนปืนและชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดที่ได้จากศพ

12

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

หน้าที่และอำนาจ

1

ดำเนินการเกี่ยวกับงานศูนย์รวมข่าวรับแจ้งเหตุอุบัติภัย การรักษาสภาพศพ ร่างกาย เพื่อการตรวจพิสูจน์ ปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ รักษาสภาพสถานที่เกิดเหตุในเขตสถานีตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาลและปริมณฑลตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

2

เป็นศูนย์รับแจ้งเหตุหรืออุบัติภัยที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และควบคุมสั่งการไปยังรถปฏิบัติการโดยผลัดเปลี่ยนกันปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง

3

บันทึกรายงาน การสั่งการ การปฏิบัติหน้าที่ และรายงานเหตุการณ์พิเศษหรืออุบัติภัยร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

4

รับ – ส่ง กระจายข่าว ประสานงานด้วยวิทยุและเครื่องมือสื่อสารอื่นระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแจ้งคำสั่งของผู้บังคับบัญชาไปยังหน่วยปฏิบัติ เพื่อการทำงานโดยฉับพลันทั้งในเวลาปกติ และเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

5

รักษาสภาพศพ ร่างกาย และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ

6

ถ่ายภาพศพ ร่างกาย วัตถุพยาน และสถานที่เกิดเหตุ

7

เก็บและควบคุมการเก็บศพ

8

ส่งศพเพื่อตรวจพิสูจน์ตามที่พนักงานสอบสวนสั่งการ

9

ปฐมพยาบาลและนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

10

ประสานงานหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติตามความเหมาะสม

11

ควบคุม ดูแล และบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครที่มาร่วมปฏิบัติในด้านการเก็บศพ ร่างกาย และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ

12

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

หน้าที่และอำนาจ

1

ตรวจหาสารพิษในชีววัตถุของผู้ป่วย

2

ตรวจวิเคราะห์หาสารพิษเพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการตาย

3

ตรวจวิเคราะห์หาสารพิษในสิ่งแวดล้อมที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยหรือตาย

4

วิเคราะห์ปริมาณยาในเลือดผู้ป่วยเพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาล

5

ตรวจวิเคราะห์สารเสพติดในชีววัตถุของผู้ป่วย ผู้ต้องสงสัย และศพ

6

ตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในชีววัตถุของผู้ป่วย ผู้ต้องสงสัย และศพ

7

ปฏิบัติงานด้านมาตรฐานการวิเคราะห์

8

ปฏิบัติงานวิจัย

9

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย