ยินดีต้อนรับ

สถาบันนิติเวชวิทยา มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะพัฒนาองค์กรให้ทันกับความต้องการเทคโนโลยีทาง นิติเวชศาสตร์ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของกระบวนการยุติธรรม ในการป้องกันและตรวจจับการกระทำผิดต่อร่างกายและชีวิต

  • header1.jpg
  • header2.jpg
  • header3.jpg

บทที่ 9 การตายจากจมน้ำ

โดย พลตำรวจตรี เลี้ยง  หุยประเสริฐ พบ.,อว.(นิติเวชศาสตร์)
     ผู้บังคับการ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

 


 การจมน้ำตายหมายถึงการที่ร่างกายลงไปอยู่ใต้น้ำและรวมถึงของเหลวอื่นด้วย  น้ำลึกเพียงครึ่งฟุตก็สามารถทำให้จมน้ำตายได้ขึ้นอยู่กับสภาพของร่างกาย เช่น           เมาหมดสติ, เป็นลมชัก หรือ เด็กเล็ก เป็นต้น  กลไกในการตายของการจมน้ำคือสมองขาดออกซิเจนจนถึงแก่ความตาย    จากการทดลองในปี1950 พบว่าการตายเกิดจากการ  มีอีเล็คโตรไลท์ในร่างกายผิดปกติ(electrolyte disturbances) ร่วมกับ/หรือ หัวใจเต้นผิดปกติจากน้ำจำนวนมากเข้าไปในร่างกาย โดยทางปอด  ในปัจจุบัน เชื่อว่าเกิดจากการมีออกซิเจนในเลือดต่ำเป็นสาเหตุให้สมองขาดออกซิเจน
         ปฏิกิริยาของร่างกายในการจมน้ำคือบุคคลนั้นจะพยายามกลั้นหายใจเพราะกลัว สำลักน้ำ  จนกระทั่งออกซิเจนในเส้นเลือดแดงถูกใช้ไปจนถึงระดับที่ต่ำและ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดดำมีมากขึ้นถึงระดับหนึ่ง บุคคลนั้นจะหายใจเองโดยอัตโนมัติ  ซึ่งน้ำร่วมทั้งสิ่งอื่นๆที่อยู่ในน้ำก็จะเข้าไปในปอดในตอนนี้   และส่วนมากจะเข้าไปในกระเพาะอาหารด้วย  และในขณะเดียวกัน  บางคนจะเกิดการอาเจียนและสำลักอาหารในระหว่างนี้ด้วย  และการหายใจในลักษณะนี้ จะเกิดต่อไปอีกหลายนาที  จนกว่าการหายใจจะหยุด  สมองจะขาดอากาศไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงจุดที่ทำให้ตาย
         ในบางคน(ประมาณ 10-15%)อาจจะเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อกล่องเสียง  ซึ่งเป็นปฏิกิริยาผ่านเส้นประสาทเวกัส (vagus nerve)  โดยกล้ามเนื้อกล่องเสียงจะเกร็งบีบ  เข้าหากันแน่น  ป้องกันไม่ให้สิ่งใดเข้าไปในหลอดลม และยังอาจจะมีน้ำเมือกและน้ำเป็นฟองจากภายในปอดออกมาด้วย  ซึ่งเรียกว่า dry drowning  ในการผ่าศพจะไม่พบโคลนในหลอดลมหรือไดอะตอมในปอดเป็นเด็ดขาด
         จุดที่สมองขาดเลือดจนตายขึ้นอยู่กับ อายุและอุณหภูมิของน้ำ ถ้าจมในน้ำอุ่นอาจจะใช้เวลา 3-10นาทีในการที่สมองจะขาดออกซิเจนจนตาย  ในเด็กเล็กที่จมในน้ำเย็นจัด  เคยแก้ให้ฟื้นได้หลังจากจมไปนานถึง 66 นาที(ในกรณีนี้อาจจะอธิบายได้ว่า  สมองเด็กยังไม่เจริญเต็มที่ทนต่อการขาดออกซิเจนมากกว่า  นอกจากนั้นเด็กยังมีปฏิกิริยาการดำน้ำอยู่  ซึ่งจะทำให้มีการหดตัวของเส้นเลือดบริเวณอื่นๆยกเว้นหัวใจกับสมองทำให้เลือด ไปเลี้ยงสมองเป็นส่วนใหญ่  หัวใจเต้นช้าลง  ซึ่งปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่หน้าคว่ำอยู่     ในน้ำ  แต่บางคนเชื่อว่าที่เด็กพวกนี้รอดก็เพราะการเกิดภาวะร่างกายเย็นลงทำให้สมอง ต้องการใช้ออกซิเจนน้อยลง)  แต่โดยปกติถ้าคนอยู่ใต้น้ำ 3 นาที จะหมดสติทุกราย
         กรณีการแช่น้ำที่มีอุณหภูมิต่ำการตายอาจจะเกิดจากความเย็นมิใช่เกิดจากการจม น้ำเช่นการที่เรือโดยสารประสบอุบัติเหตุจมลง  พบว่าถ้าผู้ตายแช่ในน้ำเย็น 4-9องศาเซลเซียสจะตายภายใน 70-90นาที  ถ้าอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสจะตายภายในเวลา 30นาที  การตายในกรณีนี้จะตายเพราะหัวใจเต้นริกจากความเย็นไม่ใช่จากการจมน้ำ
       ฉะนั้น  ลำดับของเหตุการณ์จะเป็นดังนี้  กลั้นหายใจ  หายใจเองโดยอัตโนมัติเมื่อถึงจุด”สุดกลั้น”  หมดสติ  และตาย แต่ในบางคนอาจจะมีการหมดสติก่อนที่จะถึงจุดหายใจเองก็ได้
         ในกรณีที่รอดชีวิตจากการจมน้ำ  อาจจะมีอันตรายต่อร่างกายต่อมาได้อีก เนื่องจากเมื่อน้ำ(จะเป็นน้ำเค็มหรือน้ำจืดก็ตาม)เข้าไปในปอด  จะเกิดการทำลายของสารความตึงผิวของถุงลมปอด  ทำให้ถุงลมแฟบ  ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเนื้อปอดส่วนใหญ่เสียไป  ซึ่งอาจจะเสียถึง  75 %   นอกจากนี้เส้นประสาทเวกัสก็ถูกกระตุ้นทำให้เกิดเส้นเลือดในปอดหดตัว เกิดความดันเลือดในปอดสูงขึ้น  ทำให้เลือดยิ่งเข้าปอดน้อยลงไปอีก  เชื่อว่าเป็นเวลาหลายวันกว่าที่การหมุนเวียนโลหิตในปอดจะกลับมาสู่สภาพปกติ
         “ near drowning “ เป็นคำที่เรียกผู้ที่จมน้ำแล้วสามารถช่วยให้มีชีวิตอยู่ได้นานถึง 24 ชม.  ไม่ว่าผู้นั้นจะรอดต่อไป หรือตาย หรือมีอาการพิการต่อไป  ซึ่งในผู้ป่วยเหล่านี้ปรากฏว่าไม่มีผลของการที่มีการเปลี่ยนแปลงระดับอีเล็ค โตรไลท์มากนัก  และการเปลี่ยนแปลงของระดับ อีเล็กโตรไลท์ที่พบก็ไม่มีผลต่อการรักษา
         ในการผ่าศพ  จะไม่มีลักษณะทางนิติพยาธิใดใดในการชี้ว่าเป็นการจมน้ำ  การวินิจฉัยขึ้นอยู่กับประวัติร่วมกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่ "เข้ากันได้"  ฉะนั้นการตรวจการจมน้ำจะต้องตรวจโดยละเอียดรวมทั้งการตรวจทางพิษวิทยาโดย ละเอียด 
         ถ้าศพถูกพบในน้ำ และการผ่าศพโดยละเอียดร่วมทั้งตรวจสารพิษโดยละเอียดแล้ว ไม่พบเหตุตาย  ถือว่าผู้ตายจมน้ำตาย
         นอกจากนั้น  ถ้าศพเน่าสลายตัวอยู่ในน้ำนานพอ พวก กุ้ง หอย ปู ปลา ก็เริ่ม มาเกาะ มากิน และการลอยขึ้นเหนือน้ำขึ้นอยู่กับปริมาณก๊าซในร่างของศพ  คนที่dry drowning อาจจะลอยเร็วกว่าเนื่องจากกล่องเสียงปิดกักเอาอากาศไว้ภายใน 
         ในประเทศร้อนปฏิกิริยาทางเคมีเร็ว  แบคทีเรียในลำไส้มักผลิตก๊าซเร็วพอที่จะลอยได้ภายในไม่เกิน 24 ชม.  แต่ในที่น้ำเย็นจัด  การผลิตก๊าซอาจจะช้ามากจนศพอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน
         ผิวหนังฝ่ามือฝ่าเท้าที่ย่น (washer-woman hand) ไม่ได้แสดงว่าจมน้ำตายเพราะถึงแม้ตายแล้วเอามือไปแช่น้ำภายใน 1-2 ชม.ก็เกิดการย่นได้เหมือนกัน
         สิ่งที่พบบ่อยๆในการผ่าศพผู้จมน้ำตาย(ชนิดที่หายใจเอาน้ำเข้าไป)  มักพบน้ำปนฟอง โคลน หรือ พืชน้ำขนาดเล็ก อยู่ในจมูก และหลอดลมหลอดลม  กดที่หน้าอกจะมีน้ำออกมาทางปากจมูก      
          ปอดมักจะใหญ่และโป่งจนอัดกับซี่โครงเมื่อผ่าปอดจะพบมีน้ำจำนวนมาก  พบน้ำในกระเพาะอาหาร  สมองมักบวม  หัวใจห้องล่างขวาขยายใหญ่ อาจจะพบมีเลือดออก  ในกระดูกกกหู  ซึ่งสิ่งที่พบทั้งหมดนี้สามารถพบได้ในรายที่ตายจากโรคหัวใจ  เสพยาเกินขนาด  หรือการตายบางชนิด  แต่การพบ การกำเกร็งที่ในมือศพมีเศษกรวด ดิน หิน  หรือ หญ้าใต้น้ำอาจจะช่วยชี้ได้ว่าจมน้ำตาย
         การจมน้ำตายร่างกายมักจะมีการแข็งตัวของกล้ามเนื้อ(rigor mortis)เร็ว  เนื่องจากการตะเกียดตะกายอย่างมากก่อนตาย  นอกจากนั้นบาดแผลที่แช่  อยู่ในน้ำนานๆ    (3-4ชม.)เลือดอาจจะละลายไปในน้ำทำให้เห็นคล้ายเป็นบาดแผลหลังตายได้
         การตรวจหาไดอะตอม  ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว(ภาพที่ )  จำพวกสาหร่ายและมีเปลือกแข็งเป็นหิน(silica)เหมือนเปลือกหอย  ขนาดตั้งแต่  5 – 500 ไมครอน  ซึ่งอาจจะผ่านเข้าปอด เข้ากระแสโลหิต  อยู่ในเนื้อ ปอด ตับ ไต หรือกระทั่งในไขกระดูก  ซึ่งการตรวจทำได้โดยการย่อยสลายอวัยวะนั้นๆด้วยกรดเข้มข้นจนเนื้อเยื่อสลาย ไปหมดแล้วนำเอาน้ำที่เหลือมาปั่นและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ว่าพบไดอะตอมหรือ ไม่  แต่เนื่องจากต่อมามีผู้พบไดอะตอมในอวัยวะต่างๆของร่างกายโดยที่ไม่ได้จมน้ำ  และเชื่อว่าอาจจะได้รับโดยการหายใจ  การตรวจไดอะตอมจึงไม่สามารถยืนยันการจมน้ำและหลายๆสถาบันได้เลิกตรวจไป
         การจมน้ำตายในอ่างน้ำ  พบน้อย  อาจจะในเด็กเล็ก  หรือบางรายเป็นการฆาตกรรม  หรือใช้ยาเกินขนาด  หรือเป็นโรคลมชัก  โรคหัวใจ ฯลฯ  ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นการตายจากอุบัติเหตุ  ถ้ามีผู้กำลังแช่อยู่ในอ่างน้ำ แล้วผู้ทำร้ายจับขาทั้ง2ข้างดึงขึ้นให้ศีรษะผู้นั้นจมลงไปอยู่ในน้ำ อาจจะทำให้เกิดสำลักน้ำได้อย่างรวดเร็วและหมดสติได้
         การดำน้ำด้วยเครื่องช่วยหายใจแบบมนุษย์กบ  การตายมักเกิดจากโรคประจำตัว  หรือ จากการที่มีการปรับการกดอากาศไม่เหมาะสมเช่นการขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไปอาจ จะเกิดฟองอากาศในเลือด ปอดฉีกขาด ถุงลมโป่งพอง  หรือจากอันตรายใต้น้ำเช่นจากปลาที่เป็นอันตรายเช่น  ปลาฉลาม  แต่ ปลาขนาดเล็กบางชนิดก็อาจทำอันตรายได้เช่นกัน เคยมีผู้ดำน้ำสวมหน้ากากกันน้ำไม่มีถังออกซิเจน ในอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่ง เผอิญดำลงใกล้บริเวณ”รัง”ของปลาชะโด(รูปร่างคล้ายปลาช่อนแต่เพรียวกว่าและ ดุกว่ามาก)ที่อยู่ในช่วงดูแลลูกอ่อน ถูกปลาชะโดพุ่งเข้าชนที่หน้ากากกันน้ำอย่างแรงทำให้หน้ากากกันน้ำแตกและผู้ ถูกชนหมดสติ โชคดีที่ดำกันไปหลายคนจึงสามารถรอดชีวิต 
         การติดซอกหิน  หรือเครื่องอุปกรณ์ดำน้ำที่ชำรุด โดยเฉพาะถังบรรจุออกซิเจน เช่นเกิดมีก๊าซพิษผสมอยู่ในถังออกซิเจนจากความประมาทเลินเล่อของพนักงาน บรรจุก๊าซ หรือถังเก่า เกิดมีสนิมภายในถังมากอาจจะเกิดปฏิกิริยากับกาซออกซิเจน เกิดก๊าซไออ้นออกไซด์(iron oxide)ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย   ฉะนั้นการตายที่พบเกี่ยวกับการดำน้ำชนิดนี้ต้องตรวจอุปกรณ์การดำน้ำเสมอ

งานพิษวิทยา

Promedical

คู่มือการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจของกลุ่มงานพิษวิทยา [อ่านต่อ]

งานนิติพยาธิ

Promedical

ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ณ สถานที่เกิดเหตุ  [บทความทั้งหมด]

งานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

Promedical

คู่มือการเก็บและนำสิ่งส่งตรวจห้องปฏิบัติการของกลุ่มงาน...[อ่านต่อ]

งานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ภาพถ่ายทางการแพทย์

Promedical

งานถ่ายภาพ เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบทางนิติเวช และเพื่อเป็นหลักฐานในชั้นศาล โดยน้นความถูกต้องตามสรีระ [อ่านต่อ]

กลุ่มงานพิเศษ

Promedical

ทำหน้าที่ดูแลรักษาสถานที่พบศพและสภาพศพ เป็นศูนย์รวมข่าวและรับแจ้งเหตุ ประสานงานกำกับดูแลการเก็บศพ