ยินดีต้อนรับ

สถาบันนิติเวชวิทยา มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะพัฒนาองค์กรให้ทันกับความต้องการเทคโนโลยีทาง นิติเวชศาสตร์ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของกระบวนการยุติธรรม ในการป้องกันและตรวจจับการกระทำผิดต่อร่างกายและชีวิต

  • header1.jpg
  • header2.jpg
  • header3.jpg

You are here:

พิษคางคกและการบำบัด

Toad Venom Poisoning and Therapeutic  

เมื่อเอ่ยถึง คางคก ทุกคนคงรู้จักกันดี คางคกเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำรูปร่างคล้ายกบ ผิวหนังขรุขระเป็นตุ่มตะปุ่มตะป่ำจำนวนมาก คางคกที่พบในประเทศไทยส่วนมากเป็นคางคกบ้าน (Common asian toad, Bufo melanostictus) มีลำตัวสีน้ำตาล เมื่อสังเกตุบริเวณไหล่จะเห็นสันนูนใหญ่ทั้งสองข้างเรียกว่าต่อมพาโรติด (parotid gland) เวลาคางคกถูก รบกวนหรือคุกคามมันจะหลั่งสารพิษเป็นเมือกออกมาจากต่อมนี้ เมื่อถูกผิวหนังเข้าจะระคายเคือง ปวดแสบปวดร้อน และถ้ากินเข้าไปแม้เพียงตัวเดียวพิษของมันอาจทำให้      เสียชีวิตได้

 ปกติแล้วคนกับคางคกไม่น่าจะมีกิจกรรมอะไรเกี่ยวข้องกัน แต่ก็ยังพบอุบัติการณ์การได้รับพิษหรือความเดือดร้อนจากพิษคางคก ซึ่งจำแนกเป็นกรณีได้ดังนี้

 กรณีนำตัวคางคกมาประกอบอาหารหรือยาโดยไม่ถูกวิธี

 

ในหมู่คนที่นิยมชมชอบรับประทานอาหารแปลก ๆ เมนูคางคกก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่น่าสนใจ ว่ากันว่าการรับประทานเนื้อคางคกผัดเผ็ดแกล้มเหล้าขาวช่วยให้ กระชุ่มกระชวย         เลือดลมเดินดี บางท้องถิ่นเลือกคางคกแก่ ๆ มาผัดเผ็ดให้หญิงรับประทานเพื่อระดูขาว  บางท้องถิ่นก็เชื่อว่าถ้านำคางคกทั้งตัวมาต้มเอาน้ำดื่ม สามารถชลออาการของ             โรคเอดส์ได้ แต่กรณีนี้รสและกลิ่นแย่มากมักต้องกินผลไม้ตามไปด้วย   เนื้อคางคกชำแหละในตลาดขายกันถึงกิโลกรัมละ 140 บาทเลยทีเดียว ถ้าสนใจสามารถหาลอง          รับประทานได้ที่ร้านขายอาหารป่าแถบสิงห์บุรี อ่างทอง   ช่วงต้นปี 2543 ก็มีข่าวคุณยายสูงอายุคนหนึ่งนำคางคกมาผัดเผ็ดเป็นอาหารเย็นกินแล้วเสีย ชีวิต หนังสือพิมพ์ให้       ความเห็นว่าผู้ตายเอา “เส้นเมา” หรือเส้นพิษออกไม่หมด เมื่อนำไปทำอาหารจึงยังมีพิษอยู่ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่มีปัญหาการได้รับพิษจากการนำคางคก มา         ทำอาหาร ในต่างประเทศก็มีการบันทึกไว้เช่นกัน เช่นฟิลิปปินส์  ฟิจิ และฮาวาย เป็นต้น 1

 

กรณีนำหนังหรือเมือกคางคกมาทำเป็นยารักษาโรค

 

ตำรับยาจีนแผนโบราณมีการนำเมือกหรือหนังคางคกที่มีพิษมา ทำเป็นยา เรียกว่า “venenum bufonis“ โดยใช้คางคกพันธุ์ Bufo bufo gargarizans Gantor หรือพันธุ์           Bufo melanostictus  ลักษณะเนื้อยาเป็นก้อนสีดำเหลือบม่วง venenum bufonis สามารถใช้เป็นตำรับยาเดี่ยวและเข้าสูตรตำรับร่วมกับเครื่องยาอื่นได้ มีข้อบ่งใช้รักษา         โรคได้กว้างขวาง ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก 2 ตัวอย่างเช่น

 

Venenum bufonis pill  สรรพคุณใช้รับประทานเป็นยาขับพิษ รักษาแผลฝีหนองชนิดต่าง ๆ บรรเทาอาการปวดโดยเฉพาะปวดฟัน บำรุงหัวใจ ใช้ทดแทนยากลุ่ม ดิจิทาลิสเพื่อรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว(CHF)  นอกจากนี้ยังใช้รักษามะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) มะเร็งปอดและตับ เนื้องอกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้          ภายนอกเป็นยาชา บรรเทาอาการปวดได้อีกด้วย

 

Tian Xian (Suppository,liquid,Capsule) ใช้บรรเทาอาการปวดโดยเฉพาะอาการปวดจากมะเร็งหรือเนื้องอก เช่นมะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งของทวารหนัก   Tian Xian Plaster ใช้ปิดบรรเทาอาการปวดข้อและกล้ามเนื้อ ทั้งสองชนิดมีวางขายในหลายประเทศเช่น จีน สเปน ฝรั่งเศส เยอรมันและเกาหลีเป็นต้น

 

Jinzhi-Xindan pill มีสรรพคุณใช้รับประทานเป็นยาบำรุงหัวใจ ปรับระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือด โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย อาการหัวใจเต้น          ผิดปกติเนื่องจากความผิดปกติของ sinus node และภาวะหัวใจล้มเหลว มีจำหน่ายในประเทศจีน

 

Chan Su หรือ Senso เป็นยาทาแก้ปวด เช่นปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ และใช้เป็นยาชา ตำรับนี้นิยมใช้ในชุมชนชาวจีนในอเมริกา ต่อมามีกระแสความเชื่อว่า Chan su ใช้         รับประทานเป็นสารกระตุ้นกำหนัด (aphrodisiac) สำหรับผู้ชายได้ เรียกกันในหมู่ผู้ใช้ว่า  "stone"  หรือ  "Rock stone"   ในช่วงปี 1993 – 1995 มีรายงานว่าใน  New York City มีผู้ใช้ยานี้เป็นสารกระตุ้นกำหนัดแล้วเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ถึง 4 ราย  3  สารกระตุ้นกำหนัดอีกขนานหนึ่ง (west indian aphrodisiac) ที่เรียกว่า "Love stone"     ซึ่งมีส่วนประกอบคล้าย Chan su ก็มีรายงานการเสียชีวิตจากการใช้ยานี้เช่นกัน 4 ปกติแล้วถ้าใช้ Chan su เป็นยาภายนอกจะไม่เป็นอันตราย แต่ถ้านำไปใช้  รับประทานอาจ   ทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติได้

 

ที่ญี่ปุ่นก็เคยมีประวัติหญิงสาว 2 คนพยายามฆ่าตัวตาย โดยการรับประทานยาจีนแผนโบราณที่เรียกว่า “Kyushin” ซึ่งมีหนังคางคกเป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่ยังไม่เสียชีวิตเนื่องจากนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีพบว่าผู้ป่วยมี EKG ผิดปกติ โดยพบว่าเกิด 2nd  degree AV block เช่นกัน

 

ส่วนประกอบของพิษคางคกและกลไกการเกิดพิษ

 

พิษคางคกแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักโดยจำแนกตามโครงสร้างทางเคมี คือ

 

1. สาร Cardiac glycosides เป็นสารพิษหลักที่พบในคางคกเรียกว่าสารกลุ่ม Bufadienolides ซึ่งมีโครงสร้างและการออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับ Digoxin หรือ Digitoxin ซึ่งเป็น Cardiac glycosides กลุ่ม Cardenolides ที่พบในพืชเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างของพิษคางคกกลุ่ม Bufadienolides เช่น Bufalin Bufotalin Bufotoxin Cinobufalin Resibufogenin

 

2.   ดูแลภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ

 

วัดคลื่นหัวใจ (EKG monitoring) ในรายที่มีอาการผิดปกติของหัวใจทั้งในเรื่องอัตราการเต้นและ
จังหวะการเต้น ควรทำ EKG monitoring ตลอดเวลาเพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับพิษคางคกจะเกิดภาวะหัวใจเต้นช้า (Bradycardia) ซึ่งอาจมี AV block หรือไม่ก็ได้          บางครั้งพบความผิดปกติอื่นเช่น Peaked T wave, depress ST segments, widened QRS และ prolonged PR interval
ภาวะระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง (hyperkalemia : K level  6.5 mEq./L)
กรณีนี้เกิดจากการปลดปล่อยโพแทสเซียมออกจากกล้ามเนื้อ ซึ่งทำการรักษาโดยให้อินซูลินและกลูโคส ในอัตราส่วน Regular Insulin 0.2 unit/kg. กับ             Glucose 200 – 400 mg./kg. จากนั้นให้ Sodium bicarbonate อัตราส่วน 1.0 mEq/kg.  หรือสูงสุด 44 mEq./dose (ผู้ใหญ่) เพื่อเพิ่มความเป็นด่างให้แก่ร่างกาย      ซึ่งระดับโพแทสเซียมจะลดลงภายหลังให้ยา 12 ชั่วโมง
ให้ Atropine บำบัดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจากระบบประสาทเวกัส
atropine บำบัดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติโดยช่วยลด vagal tone ต่อ SA node  ขนาดยาที่ใช้ ในผู้ใหญ่ 0.6 mg./dose (IV)  ในเด็ก 10 – 30 mcg./kg. ขนาดสูงสุด     0.4 mg./dose
ให้ Phenytoin บำบัดภาวะ Ventricular dysrhythmias
-   Phenytoin  ขนาดต่ำช่วยให้การ conduction ผ่าน AV node ได้ดีขึ้น
     ขนาดยา   : ผู้ใหญ่ 25 mg./dose  (IV)  ทุก 1 – 2 ชั่วโมง
                    : เด็ก 0.5 – 1 mg./kg./dose (IV) ทุก 1 – 2 ชั่วโมง
-   Phenytoin   ขนาดสูงเพื่อบำบัดภาวะ Ventricular dysrhythmias
    Loading dose            : ผู้ใหญ่และเด็ก 15 mg./kg. อาจสูงถึง 1 g./dose 
                                               (rate:ไม่เกิน 0.5 mg./kg./min.)
    Maintenance dose   :  ผู้ใหญ่ 2 mg./kg.  (IV)   ทุก 12 ชั่วโมง
                                            : เด็ก     2 mg./kg.  (IV)   ทุก 8 ชั่วโมง
ใช้ Lidocaine บำบัดภาวะ Ventricular tachyarrhythmias, PVC”s and bigeminy atrial
tachycardia  (แต่ไม่ได้ช่วยให้การ conduction ผ่าน AV node ดีขึ้น)   ขนาดยาในผู้ใหญ่ : BOLUS : 50 –100 mg.  rate : 25 – 50 mg./min.  ฉีดซ้ำอีก 5 นาที   ถ้ายังไม่ได้ผล แต่ทั้งหมดไม่เกิน 200 – 300 mg. ในหนึ่งชั่วโมง  Infusion : 1 – 4 mg./min.  ขนาดยาในเด็ก :BOLUS : 1 mg./kg.  Infusion : 3 mcg./kg./min.
ใส่เครื่องให้จังหวะการเต้นของหัวใจ (Transvenous Pacemaker) 
ใช้ในรายที่เกิดภาวะ severe bradycardia และ/หรือ มี slow ventricular rate ร่วมกับภาวะ 2nd degree AV block ซึ่งเหล่านี้ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย atropine หรือ phenytoin
การทำ hemodialysis ไม่มีผลในการลดพิษคางคก bufadienolides แต่มีประโยชน์ในเรื่องการปรับระดับโพแทสเซียมในเลือด
  

 

----------------------------------------- 


  โดย พันตำรวจตรี วิเชียร ตั้งธนานุวัฒน์ ภบ.,กม. และ ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มศว.

งานพิษวิทยา

Promedical

คู่มือการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจของกลุ่มงานพิษวิทยา [อ่านต่อ]

งานนิติพยาธิ

Promedical

ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ณ สถานที่เกิดเหตุ  [บทความทั้งหมด]

งานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

Promedical

คู่มือการเก็บและนำสิ่งส่งตรวจห้องปฏิบัติการของกลุ่มงาน...[อ่านต่อ]

งานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ภาพถ่ายทางการแพทย์

Promedical

งานถ่ายภาพ เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบทางนิติเวช และเพื่อเป็นหลักฐานในชั้นศาล โดยน้นความถูกต้องตามสรีระ [อ่านต่อ]

กลุ่มงานพิเศษ

Promedical

ทำหน้าที่ดูแลรักษาสถานที่พบศพและสภาพศพ เป็นศูนย์รวมข่าวและรับแจ้งเหตุ ประสานงานกำกับดูแลการเก็บศพ