ยินดีต้อนรับ

สถาบันนิติเวชวิทยา มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะพัฒนาองค์กรให้ทันกับความต้องการเทคโนโลยีทาง นิติเวชศาสตร์ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของกระบวนการยุติธรรม ในการป้องกันและตรวจจับการกระทำผิดต่อร่างกายและชีวิต

  • header1.jpg
  • header2.jpg
  • header3.jpg

You are here:

การเปรียบเทียบระดับยาในตัวอย่างเลือดก่อนและหลังตาย

ค่าความสัมพันธ์ของสัดส่วนการเปรียบเทียบความเข้มข้นของยาระหว่างเลือดและพลาสม่า

ลือดมีส่วนผสมที่หลากหลายได้แก่ โปรตีน ไขมัน ของแข็งต่าง ๆและเซลต่าง ๆ ทำให้ต้องใช้กระบวนการทางห้องปฏิบัติการที่ซับซ้อน ส่วน Serum หรือ Plasma ถูกใช้เป็นหลักในการกำหนดด้านการรักษา ความเข้มข้นของยาที่ถูกเผยแพร่ในข้อมูลของยาทั่วไปก็เป็นการศึกษาระดับความ เข้มข้นใน Serum หรือ Plasma ไม่ว่าจะเป็นขนาดยาเพื่อการรักษาหรือขนาดยาที่ทำให้เกิดพิษ

(Therapeutic dose or toxic dose) ซึ่งผลการวิเคราะห์หาสารหรือยาจากเลือดของผู้ตาย มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับระดับความเข้มข้นของสารหรือยาใน Serum หรือ Plasma ตามข้อมูลที่เผยแพร่เหล่านี้  อย่างไรก็ตาม การแยกเม็ดเลือดแดงออกจากเลือดของ  คนเสียชีวิตแล้ว แทบจะทำไม่ได้เลย และส่วนประกอบของเลือดก็แตกต่างไปจากเลือดในขณะที่มีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงไม่สามารถนำผลการวิเคราะห์จากเลือดของผู้ตายมาเปรียบเทียบกับ ข้อมูลระดับความเข้มข้นของสารหรือยาใน Serum หรือ Plasma ของผู้ที่มีชีวิตอยู่ตามข้อมูลที่เผยแพร่ มากยิ่งไปกว่านั้น ความเข้มข้นของเลือด ลักษณะของเลือดภายหลังการตายจะแตกต่างไปจากภาวะก่อนการตาย องค์ประกอบในน้ำ ความเป็น กรด-ด่างของเลือดภายหลังการตายจะมีค่าแตกต่างไปอย่างมี    นัยสำคัญจากค่าปกติของร่างกาย องค์ประกอบของน้ำในเลือดหลังตายจะเพิ่มสูงถึง 60-90% ส่วนค่า pH จะลดลงเหลือ 5.5 ทันที แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาช้า ๆ เนื่องจากการสลายตัวของโปรตีน เลือดภายหลังการตายมักมีการแตกสลายตัวของเม็ดเลือด (Hemolysed) ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน  เลือดที่ถูกเก็บระหว่างทำการผ่าตรวจชันสูตรศพอาจเป็นก้อนเลือดที่แข็งตัว  บางทีเหลวไปทั้งหมด หรือบางส่วนแข็ง          บางส่วนเหลว   การที่เม็ดเลือดแดงจับตัวเป็นก้อน จึงอาจทำให้การแปลผลทางพิษวิทยาของสารที่กระจายในเลือดหรือพลาสมาผิดพลาดได้

 

การเปรียบเทียบระดับยาในตัวอย่างเลือดก่อนและหลังตาย

 

                 การเปรียบเทียบระดับยาในตัวอย่างเลือดก่อนและหลังตาย ชี้ถึงความยากในการแปลผลในการเปลี่ยนแปลงภายหลังการตาย ยาบางตัวมีการเปลี่ยนแปลงของระดับยาที่เพิ่มขึ้นหลังเสียชีวิตได้ เช่น Digoxin, flecainide และ sotalol  พบว่า ความเข้มข้นของยาจะเพิ่มขึ้นหลังตาย แม้เจาะจาก femoral vein ก็ตาม โดย   สามารถเทียบอัตรา    ส่วนระหว่างความเข้มข้นของยาหลังตาย / ความเข้มข้นของยาก่อนตายของ digoxin = 1.42  ซึ่งโดยทั่วไปยาที่มีช่วงความเข้มข้นกว้างของเลือดใน central และใน     peripheral และมีอัตราส่วน c/p สูง จะมีแนวโน้มที่อัตราส่วนความเข้มข้นของยาจะเพิ่มขึ้นก่อนตาย /  อัตราส่วนความเข้มข้นของยาจะเพิ่มขึ้นหลังตาย สูงด้วย
                ในทางตรงกันข้าม ไม่มีความแตกต่างจากสถิติระหว่างค่าของยาในเลือดก่อนและหลังตาย ในผู้เสียชีวิตจากการเสพเฮโรอีน
                ดังนั้น อาจเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงจากการพยายามประมาณค่าความเข้มข้นของยาก่อนตายจาก การวัดระดับความเข้มข้นของยาภายหลังการตาย

 

 
-------------------------------

 

 

โดย พันตำรวจตรีหญิง ธีรินทร์  สินไชย ภบ.,
       เภสัชกร (สบ2) กลุ่มงานพิษวิทยา สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

งานพิษวิทยา

Promedical

คู่มือการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจของกลุ่มงานพิษวิทยา [อ่านต่อ]

งานนิติพยาธิ

Promedical

ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ณ สถานที่เกิดเหตุ  [บทความทั้งหมด]

งานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

Promedical

คู่มือการเก็บและนำสิ่งส่งตรวจห้องปฏิบัติการของกลุ่มงาน...[อ่านต่อ]

งานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ภาพถ่ายทางการแพทย์

Promedical

งานถ่ายภาพ เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบทางนิติเวช และเพื่อเป็นหลักฐานในชั้นศาล โดยน้นความถูกต้องตามสรีระ [อ่านต่อ]

กลุ่มงานพิเศษ

Promedical

ทำหน้าที่ดูแลรักษาสถานที่พบศพและสภาพศพ เป็นศูนย์รวมข่าวและรับแจ้งเหตุ ประสานงานกำกับดูแลการเก็บศพ