ยินดีต้อนรับ

สถาบันนิติเวชวิทยา มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะพัฒนาองค์กรให้ทันกับความต้องการเทคโนโลยีทาง นิติเวชศาสตร์ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของกระบวนการยุติธรรม ในการป้องกันและตรวจจับการกระทำผิดต่อร่างกายและชีวิต

  • header1.jpg
  • header2.jpg
  • header3.jpg

You are here:

การผ่าตรวจศพหาสาเหตุการตาย

การผ่าศพทางนิติเวชศาสตร์มีวิธีการเช่นเดียวกับการผ่าศพ ทางพยาธิวิทยา(pathological autopsy) คือเริ่มตั้งแต่การตรวจสภาพศพภายนอก ตรวจบาดแผล และการเปลี่ยนแปลงต่างๆของร่างกายภายนอก  แล้วจึงผ่าศพเพื่อตรวจภายใน เพื่อหาสาเหตุการตาย กลไกในการตาย และในบางรายอาจจะช่วยเป็นแนวทางให้ทราบถึงพฤติการณ์ในการตายได้ส่วนวิธีการ ที่จะใช้มีดกรีดผิวหนังให้เป็นรูปร่างใด จากตำแหน่งใด ขึ้นอยู่กับความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้ในแต่ละรายให้เหมาะสม เพื่อให้ได้รายละเอียดและข้อมูลตามต้องการ

 

การผ่าศพทางพยาธิวิทยาจะเน้นไปทางด้านการเจ็บป่วยของผู้ ตาย เพื่อวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคใด เหตุตายคืออะไร กลไกในการตายเป็นอย่างไร  ซึ่งการที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆที่กล่าวมาเหล่านี้นั้น  แพทย์ผู้รักษาต้องให้ความร่วมมือในการส่งรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการ รักษาพยาบาล เช่น อาการของโรค การดำเนินโรค การรักษาพยาบาล ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ อาการที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างการรักษา ตลอดจนรายละเอียดการบริหารยาให้ผู้ป่วย  ซึ่งพยาธิแพทย์  จะได้นำมาประมวลร่วมกับผลการตรวจพบทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย รวมทั้งผลการตรวจชิ้นเนื้อทางกล้องจุลทรรศน์ เพื่อสรุปว่าผู้ป่วยตายเพราะเหตุใด การวินิฉัยหรือการรักษาพยาบาลที่ให้แก่ผู้ป่วยรายนี้น่าจะมีความเหมาะสมหรือ ไม่อย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยรายอื่นๆที่ได้รับการวินิจฉัยแบบ เดียวกัน หรือมีอาการคล้ายๆกัน ให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพดีขึ้น เป็นการพัฒนาความรู้ทางการแพทย์

การตรวจชิ้นเนื้อทางกล้องจุลทรรศน์นอกจากจะมีประโยชน์ใน ด้านการวินิจฉัยแล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านที่สามารถใช้เป็นสิ่งยืนยันพยาธิสภาพที่ตรวจพบ ได้อย่างถาวร

ส่วนการผ่าศพทางนิติพยาธินั้นจะเน้นเกี่ยวกับพยาธิสภาพ ของบาดแผล เพราะเหตุตาย อันเป็นหน้าที่ของนิติพยาธิแพทย์ ซึ่งมักเป็นการตายอย่างกะทันหัน เช่นถูกทำร้าย อุบัติเหตุ  ฆ่าตัวตาย หรือการตายโดยไม่ทราบเหตุ ฉะนั้นประวัติด้านการรักษาพยาบาลอาจจะมีน้อย  แต่ในบางราย ผู้ตายไม่ได้ตายทันทีหลังเกิดเหตุ อาจจะได้รับการรักษาพยาบาลมาช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในกรณีอย่างนี้ แพทย์ผู้รักษาต้องให้ความร่วมมือในการส่งรายละเอียด การรักษาพยาบาล  การดำเนินโรค การเปลี่ยนแปลงของอาการตลอดจนผลการตรวจต่างๆทางห้องปฏิบัติการ เหมือนกับการส่งให้พยาธิแพทย์เช่นกัน  และถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย  พนักงานผู้ชันสูตรพลิกศพสามารถส่งหมายเรียกให้มาให้ปากคำได้ ถ้าแพทย์ผู้รักษาไม่ให้ความร่วมมือ

ดังกล่าวแล้วว่าการผ่าศพทางนิติพยาธิเน้นทางด้านบาดแผล ภายนอก แต่ไม่ได้หมายความว่านิติพยาธิแพทย์สามารถละเลยรายละเอียดภายในได้ การผ่าศพ ตลอดจนการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ (microscopic examination)ยังมีความจำเป็นมาก  ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ผู้ตายมักจะตายในขณะเกิดเหตุ บาดแผลต่างๆมัก ไม่ทันมีการเปลี่ยนแปลงทางกล้องจุลทรรศน์ แต่ยังมีผู้ตายในกรณีอื่นๆ เช่น ผู้ที่ตายอย่างกะทันหันและไม่คาดคิด หรือผู้ป่วยตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตายตามธรรมชาติ  และการตัดชิ้นเนื้อทางกล้องจุลทรรศน์จะเป็นข้อมูลอันสำคัญ ในการวินิจฉัย 

อีกกรณีหนึ่งซึ่งพบมากขึ้นทุกที คือกรณีที่ญาติผู้ตายร้องเรียนว่าแพทย์ให้การรักษาพยาบาลไม่เหมาะสมเป็นเหตุ ให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตาย ทำให้การตายนั้นกลายเป็นคดีเข้าข่ายที่ต้องให้นิติเวชแพทย์เป็นผู้ตรวจทั้งๆ ที่เหตุตายเป็นการตายจากโรคทางธรรมชาติ

ส่วนใหญ่ผู้ตายผิดธรรมชาติมักตายในขณะเกิดเหตุหรือหลัง เกิดเหตุในเวลาสั้นๆและนิติพยาธิแพทย์จะเน้นทางด้านบาดแผลดังกล่าวแล้ว ประวัติหรือเรื่องราวที่เกิดเหตุจึงค่อนข้างสั้น และในหลายๆกรณีสามารถตรวจสอบได้ง่ายเมื่อเห็นสถานที่เกิดเหตุ เช่น ในที่เกิดเหตุ พบผู้ตายแขวนคอตายที่ขื่อเพดานในห้องนอน โดยที่ประตูหน้าต่างห้องนอนปิดสนิท เครื่องปรับอากาศยังทำงานอยู่ ในห้องมีสภาพเรียบร้อยไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และมีจดหมายเขียนด้วยลายมือผู้ตายอ้างเหตุฆ่าตัวตายอยู่บนโต๊ะน่าจะเชื่อได้ ว่าผูกคอตนเองไปกว่า80%แล้ว  เมื่อร่วมกับการผ่าศพไม่พบมีบาดแผลใดใดในร่างกาย  นอกจากแผลการรัดที่ลำคอ การบาดเจ็บภายในลำคอก็พบน้อยมาก สามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้ตายผูกคอตนเอง

อาจจะกล่าวได้ว่า"การผ่าศพทางนิติพยาธิเริ่มตั้งแต่ที่เกิดเหตุ"( Forensic autopsy begins at crime scene)

นอกจากนั้นการดูศพตั้งแต่ที่เกิดเหตุ ยังทำให้สามารถดำเนินการป้องกันหรือรักษาสภาพบางส่วนของศพเป็นพิเศษได้ เช่นเมื่อมีเหตุยิงกันตายและผู้ตายมีส่วนร่วมในการยิงกันด้วย ควรรักษามือที่ใช้ยิงเป็นกรณีพิเศษ เช่น ใช้ถุงหุ้มมือข้างนั้นไม่ให้มีการปนเปื้อนและไม่ให้มีการพิมพ์ลายพิมพ์นิ้ว มือก่อนจะทำการตรวจเขม่าดินปืนเป็นต้น  หรือในรายที่เกิดการข่มขืนและฆ่า ก็ควรห่อหุ้มมือทั้ง2ข้างในลักษณะที่จะรักษาสิ่งที่อาจจะอยู่ในมือผู้ตาย ซึ่งสามารถใช้เป็นวัตถุพยานได้ รวมทั้งการห่อศพด้วยความระมัดระวังไม่ให้สิ่งที่ติดอยู่กับศพสูญหายไป หรือปนเปื้อนสิ่งที่ไม่ได้ติดมากับศพในที่เกิดเหตุมาปนเปื้อนในภายหลัง
การที่นิติพยาธิเน้นทางด้านบาดแผล  ทำให้ต้องเน้นไปถึงเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มด้วย  เนื่องจากเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มร่างกายจะรองรับอาวุธ หรือ วัตถุที่ก่อให้เกิดบาดแผลก่อน ร่องรอยของอาวุธอาจจะปรากฏบนเสื้อผ้าแทนที่จะไปปรากฏบนบาดแผลก็ได้  นอกจากนั้นบาดแผลที่ทะลุผ่านเสื้อผ้ากับบาดแผลที่ไม่ทะลุผ่านเสื้อผ้าก็มี ความหมายต่างกัน เช่น ถ้าเป็นการฆ่าตัวตาย บาดแผลจะเกิดที่ส่วนของร่างกายที่เลือกสรรแล้ว และมักไม่ทะลุผ่านเสื้อผ้าของตนเอง

ความแตกต่างอีกประการหนึ่งระหว่างพยาธิและนิติพยาธิคือ พยาธิแพทย์มักไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการประเมินระยะเวลาในการตายของผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายส่วนใหญ่จะตายในโรงพยาบาลและทราบเวลาตายที่แน่นอน หลังตายก็สามารถเก็บศพไว้ในตู้เย็น โอกาสของพยาธิแพทย์ที่จะได้รับศพที่มีการเปลี่ยนแปลงจากการเน่าสลายตัวแทบจะ ไม่มี ส่วนนิติพยาธิแพทย์จะต้องพบศพที่เน่าสลายตัวทุกรูปแบบ  และจำเป็นต้องพยายามประเมินระยะเวลาตายให้ได้ใกล้เคียง เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน

-------

โดย พลตำรวจโท เลี้ยง  หุยประเสริฐ พบ.,อว.(นิติเวชศาสตร์)

งานพิษวิทยา

Promedical

คู่มือการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจของกลุ่มงานพิษวิทยา [อ่านต่อ]

งานนิติพยาธิ

Promedical

ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ณ สถานที่เกิดเหตุ  [บทความทั้งหมด]

งานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

Promedical

คู่มือการเก็บและนำสิ่งส่งตรวจห้องปฏิบัติการของกลุ่มงาน...[อ่านต่อ]

งานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ภาพถ่ายทางการแพทย์

Promedical

งานถ่ายภาพ เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบทางนิติเวช และเพื่อเป็นหลักฐานในชั้นศาล โดยน้นความถูกต้องตามสรีระ [อ่านต่อ]

กลุ่มงานพิเศษ

Promedical

ทำหน้าที่ดูแลรักษาสถานที่พบศพและสภาพศพ เป็นศูนย์รวมข่าวและรับแจ้งเหตุ ประสานงานกำกับดูแลการเก็บศพ