ยินดีต้อนรับ

สถาบันนิติเวชวิทยา มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะพัฒนาองค์กรให้ทันกับความต้องการเทคโนโลยีทาง นิติเวชศาสตร์ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของกระบวนการยุติธรรม ในการป้องกันและตรวจจับการกระทำผิดต่อร่างกายและชีวิต

  • header1.jpg
  • header2.jpg
  • header3.jpg

You are here:

รายงานศพคดี : การตรวจวัตถุพยานเสื่อมสภาพโดยเทคนิคดีเอ็นเอมินิไฟเลอร์

รายงานศพคดี : การตรวจวัตถุพยานเสื่อมสภาพโดยเทคนิคดีเอ็นเอมินิไฟเลอร์
CASE REPORT : DNA Analysis of degraded DNA by usingMinifiler Technique.   
โดย พันตำรวจตรีวาที อัศวุตมางกุรและร้อยตำรวจเอกหญิง หทัยชนก บุญญฤทธิ์
กลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บทคัดย่อ
พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งพบศพชายไทยในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุสภาพศพถูกห่อด้วยผ้าใบสีฟ้าขาว มัดด้วยยางในรถ คาดว่าจะถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งไว้ ต่อมาจากการสืบสวนและได้ทำการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยจึงได้ตรวจยึดวัตถุ พยาน เพื่อทำการเปรียบเทียบกับศพผู้ตายที่ส่งมาทำการชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โดยเมื่อทำการตรวจวิเคราะห์ชนิดของ DNA จากวัตถุพยานด้วยชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit ซึ่งน้ำยาชุดนี้ตรวจ STR ได้ 16 ตำแหน่ง พบว่า มีวัตถุพยานที่ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์ชนิดของ DNA ได้โดยใช้ ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit แต่วัตถุพยานชิ้นเดียวกันนั้นสามารถตรวจวิเคราะห์ชนิดของ DNA ได้โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit ซึ่งน้ำยาชุดนี้ตรวจ miniSTR ได้ 9 ตำแหน่ง
กุญแจคำ : ดีเอ็นเอ ดีเอ็นเอ-มินิไฟเลอร์ ศพ

 

Abstract
A man corpse was found at the crime scene. His body covered by blue-white plastic canvas and tired with a car’s inner-tube. He might be killed from some other place and left the body at the crime scene. One suspect was investigated and traced the evidence from his home in order to compare DNA typing with the corpse sent to Institute of Forensic Medicine to prove the identity of person. When AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit which detected 16 STR loci was used, no results were obtained. However the results were successfully obtained by using of AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit which detected 9 miniSTR loci.

 

Keywords : DNA, DNA Minifiler, corpse  
     
  บทนำ
ในการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานด้วยเทคนิค DNA นั้น มีการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาตำแหน่งของ DNA ที่เหมาะสมจะนำมาใช้ในการตรวจพิสูจน์ ปัจจุบันนี้หลักฐานทาง DNA เป็นที่ยอมรับว่าเป็นเทคนิคมาตรฐานในการสืบค้นและตรวจสอบอาชญากรรมหลาย ชนิด[1] ตั้งแต่คดีลักทรัพย์ไปจนถึงคดีอาญาร้ายแรง เช่น ฆ่า ข่มขืน เป็นต้น การตรวจพิสูจน์บุคคลด้วยการวิเคราะห์ STR (Short Tandem Repeat) ซึ่งเป็นตำแหน่งของ DNA ที่มีจำนวนเบส 2-7 เบสซ้ำกันอย่างต่อเนื่องเป็นชุดๆ (Tandem Repeat) กระจายอยู่ทั่วไปในจีโนมมนุษย์ (Human Genome) โดยที่จำนวนซ้ำในแต่ละบุคคลจะแตกต่างกัน จึงใช้ประโยชน์ในการพิสูจน์บุคคลได้[2] การประยุกต์ใช้ DNA ทางด้านนิติเวชนั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อการตรวจวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และการตรวจเพื่อพิสูจน์บุคคลหรือเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ-แม่-ลูก โดยปัจจุบันการตรวจ STR นั้นกระทำโดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูปในการเพิ่มปริมาณ DNA ที่ตำแหน่งบริเวณ STR นั้นๆ และทำการอ่านค่าชนิดของ DNA ด้วยเครื่องตรวจ DNA อัตโนมัติ (Automated DNA Analyzer) ซึ่งทำให้ได้ความถูกต้อง แม่ยำและรวดเร็ว เนื่องจากชุดน้ำยาสำเร็จรูปนั้นสามารถตรวจได้ครั้งหนึ่ง 16 ตำแหน่ง (multiplex) ที่เรียกว่า Identifiler PCR Amplification Kit

 

ในการเพิ่มปริมาณ DNA โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit นั้น เป็นน้ำยาที่ตรวจ STR ได้ครั้งละ 16 ตำแหน่ง ตำแหน่งที่ตรวจได้แก่ D3S1358, vWA, FGA, D8S1179, D21S11, D18S51, D5S818, D13S317, D7S820, D19S433, THO1, TPOX, CSF1PO, D16S539, D2S1338 และ Amelogenin (ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้ระบุเพศได้)[3] ส่วนในการเพิ่มปริมาณ DNA โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit นั้น เป็นน้ำยาที่ตรวจ STR ได้ครั้งละ 9 ตำแหน่ง ตำแหน่งที่ตรวจได้แก่ D7S820, D13S317, D21S11, D2S1338, D18S51, D16S539, FGA, CSF1PO และ Amelogenin[4]
พฤติการณ์แห่งคดี

 

พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งพบศพชายไทยในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุสภาพศพถูกห่อด้วยผ้าใบสีฟ้าขาว มัดด้วยยางในรถ คาดว่าจะถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งไว้ ต่อมาจากการสืบสวนและได้ทำการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยจึงได้ตรวจยึดวัตถุ พยานดังกล่าว เพื่อเปรียบเทียบกับศพผู้ตายที่ส่งมาทำการชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
สถานที่เกิดเหตุ : ทางรถไฟบ้านหนองพังแค ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี
วันเวลาเกิดเหตุ : วันที่ 22 เมษายน 2551 เวลาประมาณ 18.30 น.
ข้อหา : ฆ่าผู้อื่นฯ

 

สิ่งส่งตรวจ
วันที่ 7 พฤษภาคม 2551 สภ.บางละมุง อ.บางละมุง จว.ชลบุรี ได้นำส่งวัตถุพยาน 7 รายการ ดังต่อไปนี้
1. เชือกฟางสีแดงยาวประมาณ 1 ฟุต
2. ถังพลาสติคมีคราบเลือดเปื้อนด้านข้าง จำนวน 1 ถัง
3. ดินลักษณะคล้ายมีคราบเลือด จำนวนหนึ่ง
4. เหล็กสำหรับปักกางร่ม 1 อัน
5. ยางรถจักยานยนต์ 2 เส้น
6. กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว
7. เสื้อกล้ามสีแดง 1 ตัว

 

วิธีการ
1.ตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อหาคราบเลือดจากวัตถุพยานทั้ง7 รายการ โดยตรวจพบคราบเลือดโดยวิธี BENZIDINE TEST จากวัตถุพยานรายการที่ 2 คือถังพลาสติคดังกล่าว

 

2.ทำการสกัด DNA จากวัตถุพยาน โดยใช้ชุดสกัด QIAamp® DNA Micro Kit[5]

 

3.ทำการเพิ่มปริมาณ DNA โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป ซึ่งประกอบด้วย AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit และ AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit ด้วยเครื่องเพิ่มปริมาณ DNA (PCR machine) Gene Amp PCR system 9600 หรือ Gene Amp PCR system 9700 โดยตั้งโปรแกรม Incubation Step 95 ۫C 11 นาที เพิ่มปริมาณ 30 รอบ (94 ۫C 20 วินาที ,59 ۫C 2 นาที, 72 ۫C 1 นาที ) Final Extension 60 ۫C 45 นาที

 

4.ทำการวิเคราะห์ชนิดของ DNA โดยใช้เครื่องตรวจวิเคราะห์ DNA อัตโนมัติ ABI 3100 หรือ ABI 3100 xl Genetic Analyzer ตามขั้นตอนของบริษัทผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย
  
     
  ผลการตรวจ
1. การตรวจวัตถุพยานถังพลาสติค โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit พบว่าดีเอ็นเอมีการถูกทำลาย ทำให้ไม่ปรากฎเส้นกราฟแสดงตำแหน่งขึ้น (รูปที่ 1)  
 
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่)
รูปที่ 1 กราฟผลการตรวจวัตถุพยาน (ถังพลาสติก)โดยใช้เทคนิคดีเอ็นเอไอเด็นทิไฟเลอร์  
     
  2. การตรวจวัตถุพยานจากศพผู้ตาย โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit พบว่าดีเอ็นเอยังมีสภาพดีอยู่ ปรากฎเส้นกราฟแสดงตำแหน่งขึ้นครบ 16 ตำแหน่ง (รูปที่ 2)  
 
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่)
รูปที่ 2 กราฟผลการตรวจวัตถุพยาน (ศพ) โดยใช้เทคนิคดีเอ็นเอไอเด็นทิไฟเลอร์  
     
  3. การตรวจวัตถุพยานถังพลาสติค โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit ปรากฎว่าสามารถตรวจพิสูจน์ได้ โดยปรากฎกราฟแสดงตำแหน่งขึ้น 9 ตำแหน่ง (รูปที่ 3)   
 
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่)
รูปที่ 3 กราฟผลการตรวจวัตถุพยาน (ถังพลาสติก) โดยใช้เทคนิคดีเอ็นเอมินิไฟเลอร์  
     
  วิจารณ์
ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit เป็นชุดน้ำยามาตรฐานที่ใช้แพร่หลายในหลายประเทศในการพิสูน์บุคคล โดยที่ขนาดของ PCR product ที่เกิดขึ้นหลังจากการเพิ่มปริมาณ DNA ในวัตถุพยานโดยใช้น้ำยาชุดนี้นั้น จะได้ PCR product ที่มีขนาด 100-400 basepairs แต่ในวัตถุพยานที่พบส่วนใหญ่ในที่เกิดเหตุนั้นมักจะมีการเสื่อมสภาพ นั่นหมายถึงการที่ขนาดของ DNA ในวัตถุพยานเหล่านั้นมีขนาดสั้นลง หรือทำให้เสื่อมสลายไป เนื่องจากสภาวะแวดล้อม อุณหภูมิ ความชื้น สารเคมี รวมถึงแบคที่เรีย เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสื่อมสลายของ DNA ได้ทั้งสิ้น ดังนั้น วัตถุพยานที่มีการเสื่อมสภาพที่มีขนาดของ DNA สั้นกว่า 100 basepairs จึงไม่สามารถทำการตรวจวิเคราะห์ DNA ได้โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit แต่ในขณะที่ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit นั้น เป็นชุดน้ำยามาตรฐานที่ใช้ในการเพิ่มปริมาณ DNA โดยที่ขนาดของ PCR product ที่เกิดขึ้นนั้น จะมีขนาด 70-283 basepairs ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วัตถุพยานชิ้นเดียวกันที่ไม่สามารถตรวจชนิดของ DNA ได้โดยชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® Identifiler® PCR Amplification Kit แต่สามารถตรวจชนิดของ DNA ได้โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit
 

 

สรุป
รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าวัตถุพยานที่มีการเสื่อมสภาพนั้นสามารถตรวจหา ชนิดของ DNA ได้โดยใช้ชุดน้ำยาสำเร็จรูป AmpFlSTR® MiniFilerTM PCR Amplification Kit ได้จริง ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถแปรผลได้ย่างถูกต้องและรัดกุม นำไปสู่การจับตัวผู้ที่กระทำผิดจริงมาลงโทษได้

 

กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบคุณ พ.ต.อ. นายแพทย์ สมบูรณ์ ตันตระกูล, พ.ต.อ.(ญ) ณุตตมา ชวาลเวชกุล,นางสาว จรัญญา สามสุวรรณ กลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดิน สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา
 

เอกสารอ้างอิง
1. Jobling, M.A. and P. Gill, Encoded evidence: DNA in forensic analysis. Nat Rev Genet, 2004. 5(10): p. 739-51.
2. Bennett, P., Demystified ... microsatellites. Mol Pathol, 2000. 53(4): p. 177-83.
3. Collins, P.J., et al., Developmental validation of a single-tube amplification of the 13 CODIS STR loci, D2S1338, D19S433, and amelogenin: the AmpFlSTR Identifiler PCR Amplification Kit. J Forensic Sci, 2004. 49(6): p. 1265-77.
4. Hill, C.R., et al., Concordance study between the AmpFlSTR MiniFiler PCR amplification kit and conventional STR typing kits. J Forensic Sci, 2007. 52(4): p. 870-3.
5. QIAGEN, QIAamp DNA Micro Kit Handbooks. 2003.

งานพิษวิทยา

Promedical

คู่มือการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจของกลุ่มงานพิษวิทยา [อ่านต่อ]

งานนิติพยาธิ

Promedical

ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ณ สถานที่เกิดเหตุ  [บทความทั้งหมด]

งานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

Promedical

คู่มือการเก็บและนำสิ่งส่งตรวจห้องปฏิบัติการของกลุ่มงาน...[อ่านต่อ]

งานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ภาพถ่ายทางการแพทย์

Promedical

งานถ่ายภาพ เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบทางนิติเวช และเพื่อเป็นหลักฐานในชั้นศาล โดยน้นความถูกต้องตามสรีระ [อ่านต่อ]

กลุ่มงานพิเศษ

Promedical

ทำหน้าที่ดูแลรักษาสถานที่พบศพและสภาพศพ เป็นศูนย์รวมข่าวและรับแจ้งเหตุ ประสานงานกำกับดูแลการเก็บศพ